อาขยาต หมายถึง ศัพท์กิริยาที่แสดงการกระทำของนามนาม เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นต้น

 

อาขยาต หมายถึง  ศัพท์กิริยาที่แสดงการกระทำของนามนาม  เช่น  ยืน  เดิน  นั่ง  นอน  เป็นต้น

กิริยาอาขยาต มีส่วนประกอบ 8 อย่าง คือ  ธาตุ    ปัจจัย วาจก   วิภัตติ กาล  บท  วจนะ  บุรุษ

ส่วนประกอบเหล่านี้ ที่นำมาประกอบเป็นรูปกิริยา มี 3 อย่าง คือ

ธาตุ บอกให้รู้ ความหมายของกิริยา

ปัจจัย    บอกให้รู้ วาจก

วิภัตติ   บอกให้ รู้ กาล  บท  วจนะ  บุรุษ

วทฺ    +      อ     +     ติ         =     วทติ

ธาตุ        ปัจจัย     วิภัตติ

                |             |

             วาจก    กาล-บท-วจนะ-บุรุษ

 

ธาตุ

ธาตุ คือ รากศัพท์ (root) ของกิริยา*    ธาตุบอกอรรถคือความหมายของกิริยานั้น**

 

* ธาตุ คือ รากศัพท์ ของกิริยาศัพท์ และนามศัพท์ (นามศัพท์ที่สำเร็จมาจากธาตุ)

** เช่น  คม ธาตุในความไป, เดิน    ก็คือ  คม ธาตุ แปลว่า/มีความหมายว่า ไป, เดิน  นั่นเอง

 

ธาตุ เมื่อลงปัจจัย (อาขยาตลงวิภัตติ (อาขยาต) แล้ว  สำเร็จเป็นกิริยาอาขยาต  จึงนำไปใช้ในประโยคได้

 

ธาตุจัดเป็น 8 หมวด  ตามที่ประกอบด้วยปัจจัยตัวเดียวกัน  คือ

หมวด ภู ธาตุ   ลง  อ *  ปัจจัย

หมวด รุธ ธาตุ   ลง  อ เอ  ปัจจัย  และลงนิคคหิตอาคม หน้าพยัญชนะที่สุดธาตุ

หมวด ทิว ธาตุ  ลง  ย  ปัจจัย

หมวด สุ ธาตุ   ลง  ณุ ณา  ปัจจัย

หมวด กี ธาตุ   ลง  นา  ปัจจัย

หมวด คห ธาตุ  ลง  ณฺหา  ปัจจัย

หมวด ตน ธาตุ  ลง  โอ  ปัจจัย

หมวด จุร ธาตุ   ลง  เณ ณย  ปัจจัย

(ภู รุ ทิ สุ  กี ค ต จุ)      (อ เอณุ ณา นา ณฺหา โอ เณ ณย)

* บาลีไวยากรณ์ หมวด ภู และหมวด รุธ ธาตุ   ลงเอ ปัจจัย    

ส่วนในไวยากรณ์ใหญ่  หมวด ภู ธาตุ ลงปัจจัย   หมวด รุธ ลงเอ ปัจจัย

 

ธาตุแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.    สกัมมธาตุ  ธาตุเรียกหากรรม (คือ สิ่งที่ถูกทำ)

2.    อกัมมธาตุ  ธาตุไม่เรียกหากรรม

    (สกัมมกิริยา  กิริยาที่เรียกหากรรม

    อกัมมกิริยา  กิริยาที่ไม่เรียกหากรรม)

 

วิภัตติ

วิภัตติอาขยาต แบ่งเป็น 8 หมวด คือ

 

วตฺตมานา    บอกปัจจุบันกาล  ปัจจุบันแท้-ปัจจุบันใกล้อดีต-ปัจจุบันใกล้อนาคต

ปญฺจมี    บอกความบังคับ ความหวัง ความอ้อนวอน

สตฺตมี    บอกความยอมตาม ความกำหนด ความรำพึง

ปโรกฺขา    บอกอดีตกาล ล่วงแล้วไม่มีกำหนด

หิยตฺตนี    บอกอดีตกาล ล่วงแล้ววานนี้

อชฺชตฺตนี    บอกอดีตกาล ล่วงแล้ววันนี้

ภวิสฺสนฺติ    บอกอนาคตกาล ของปัจจุบัน

กาลาติปตฺติ    บอกอนาคตกาล ของอดีต

ในหมวดหนึ่งๆ  มีวิภัตติ 12 ตัว คือ  ฝ่ายปรัสสบท 6 และอัตตโนบท 6   มี 2 วจนะ

มีบุรุษ 3 คือ ปฐมบุรุษ  มัชฌิมบุรุษ และ อุตตมบุรุษ  

รวมทั้งหมดมีวิภัตติ 96 ตัว

 

วิภัตตินาม กับ วิภัตติอาขยาต ต่างกัน

วิภัตตินาม ใช้แจกนามศัพท์  บอกให้รู้ ลิงค์  วจนะ  การันต์ และ อายตนิบาต

วิภัตติอาขยาต ใช้ลงท้ายธาตุ  บอกให้รู้ กาล  บท  วจนะ  บุรุษ

การแจกวิภัตตินาม และ อาขยาต

วิภัตตินาม ลงท้ายนามศัพท์ แจกตามลิงค์ และ การันต์  ของนามนั้น

วิภัตติอาขยาต ลงท้ายธาตุ  แจกตามบุรุษ และ วจนะ  ของนามที่เป็นประธาน

ในวิภัตติ 8 หมวดนั้น  เมื่อประกอบกับธาตุแล้ว  บางตัวเปลี่ยนรูปไป  ดังนี้

 

วตฺตมานา

ใช้ เต แทน ติ บ้าง  เช่น  ชายเต  ย่อมเกิด

ใช้ อนฺเต  แทน อนฺติ  บ้าง   เช่น  ปุจฺฉนฺเต  ย่อมถาม

แปลง อนฺติ เป็น เร  เช่น  วุจฺจเร  ย่อมกล่าว

(หลักการแปลง อนฺติ เป็น เร ได้  คือ  1. ข้างหน้า อนฺติ ต้องเป็น รัสสะ   2. หน้ารัสสะ เป็นทีฆะหรือสังโยค)

มิ ม  อยู่หลัง  ทีฆะที่สุดธาตุ เป็น อา  เช่น  วทามิ  วทาม

ปฺจมี

 

ใช้ ตํ แทน ตุ บ้าง  เช่น  ชยตํ จงชนะ

หิ มิอยู่หลัง  ทีฆะที่สุดธาตุ  เช่น  คจฺฉาหิ จงไป

ลบ หิ บ้างก็ได้ แต่ลบแล้วไม่ต้องทีฆะที่สุดธาตุ  เช่น  คจฺฉ  จงไป

ใช้ สฺสุ  แทน หิ  บ้าง   เช่น  กรสฺสุ  จงทำ

สตฺตมี

 

เอยฺย  ลบ ยฺย  เหลือ เอ  เช่น  กเร  พึงทำ

ใช้ เอถ แทน เอยฺย บ้าง  เช่น  ลเภถ  พึงได้

แปลง เอยฺย เป็น อา บ้าง เช่น  กยิรา พึงทำ

ใช้ เอยฺยํ  แทน เอยฺยามิ เช่น  ลเภยฺยํ  พึงได้

ปโรกฺขา

    ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

หิยตฺตนี

 

ลงอาคมที่ต้นธาตุก่อน   รัสสะ อา เป็นบ้าง  เช่น  อโวจ  ได้กล่าวแล้ว

อชฺชตฺตนี

 

โอ มัชฌิมบุรุษ ไม่นิยมใช้  ใช้ อี ปฐมบุรุษแทน

อุแปลงเป็น อํสุ บ้าง อึสุ บ้าง  เช่น  อกํสุ อกรึสุ  ได้ทำแล้ว

อุมักลงอาคม  เช่น  อกาสุ ํ  ได้ทำแล้ว

รัสสะ อี เป็น อิ  ในธาตุทั้งหมด  เช่น  กริ  ทำแล้ว

ภวิสฺสนฺติ

 

ลง อิ อาคมหลังธาตุทั้งหมด

ใช้  สฺสํ  แทน สฺสามิ  บ้าง

ธาตุบางตัว เมื่อลงวิภัตติหมวดภวิสสันติแล้ว ให้ลบ สฺส เสีย แล้วแปลงตัวธาตุไปบ้าง ดังนี้

วจ -กล่าว    แปลงเป็น วกฺข    วกฺขติ = วจิสฺสติ    จักกล่าว

ลภ -ได้    แปลงเป็น ลจฺฉ    ลจฺฉติ = ลภิสฺสติ    จักได้

ทิส -เห็น    แปลงเป็น ทกฺข    ทกฺขติ = ปสฺสิสฺสติ    จักเห็น

กร -ทำ    แปลงเป็น กาห    กาหติ = กริสฺสติ    จักทำ

วส -อยู่    แปลงเป็น วจฺฉ    วจฺฉติ = วสิสฺสติ    จักอยู่

 

กาลาติปตฺติ

 

ลงอาคมต้นธาตุ  ลง อิ อาคมหลังธาตุ  เช่น อกริสฺสา

สฺสา  มักรัสสะ เป็น สฺส  เช่น  อกริสฺส

ความนิยมใช้วิภัตติอาขยาตแต่ละหมวด

 

ปโรกฺขา  ไม่นิยมใช้เลย  คงใช้เฉพาะปฐมบุรุษอุ เท่านั้น

หิยตฺตนี  ไม่นิยมใช้นัก

กาลาติปตฺติ  ใช้บ้างไม่มากนัก

ในท้องนิทาน (ท้องเรื่อง) นิยมใช้ วตฺตมานา ปฺจมี สตฺตมี อชฺชตฺตนี ภวิสฺสนฺติ  ได้ทั่วไป

อชฺชตฺตนี  ใช้มากที่สุด  รองลงมาคือ วตฺตมานา