ประมวล ปัญหา – เฉลยบาลีไวยากรณ์ ประโยค ๑ – ๒ (อาขยาต-กิตก์)

ประมวล  ปัญหาเฉลยบาลีไวยากรณ์ ประโยค ๑ –๒

(อาขยาต)

๑.  ศัพท์เช่นไร  เรียกว่า อาขยาต   มีประโยชน์อย่างไร ?

ตอบ ศัพท์ที่แสดงกิริยาของนามนาม เช่น  ยืน  เดิน นั่ง  นอน เป็นต้น เรียกว่า  อาขยาต. มีประโยชน์ให้รู้ได้ว่า  นามนามแสดงกิริยาอาการเป็นเช่นไร  ฯ

๒.  ศัพท์อาขยาตนี้  จะสมบูรณ์ใช้การได้  ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง  ? หรือสมบูรณ์ได้โดยลำพัง ?

ตอบ ต้องประกอบด้วยเครื่องประกอบ  ๘ อย่าง คือ  วิภัตติ กาลบท วจนะ  บุรุษ  ธาตุ  วาจก ปัจจัย, จะสมบูรณ์โดยลำพังหาได้ไม่  ฯ

๓.  วิภัตติอาขยาต  จัดเป็นกี่หมวด   อะไรบ้าง   หมวดหนึ่งมีกี่วิภัตติ และวิภัตติอาขายาต  รวมทั้งสิ้นมีเท่าไร  ?

ตอบ  จัดเป็นหมวด คือ  วัตตมานา  ปัญจมี  สัตตมี  ปโรกขา  หิยัตตนี  อัชชัตตนี  ภวิสสันติ  กาลาติปัตติ , หมวดหนึ่งๆ  มี ๑๒  วิภัตติ  วิภัตติทั้งหมดมี ๙๖ วิภัตติ

๕. วิภัตติ ๘  หมวด  ๆ ไหนบอกกาลอะไร ?

ตอบ วัตตมานา  บอกปัจจุบันกาล, ปโรกขา  หิยัตตนี  อัชชัตตนี บอกอดีกาล, ภวิสสันติ  กาลาติปัตติ  บอกอนาคตกาล. ส่วนหมวดปัญจมี  กับหมวดสัตตมี  ท่านไม่ได้ระบุไว้ชัด  แต่ก็อนุโลมเข้าในหมวดบอกปัจจุบันกาล  ฯ 

๖. วิภัตตินาม กับ วิภัตติอาขยาต ใช้ต่างกันอย่างไร ?

ตอบ  วิภัตตินาม  สำหรับใช้ลงที่ท้ายนามศัพท์  ทำนามศัพท์ให้มีรูปต่างและเป็นเครื่องหมาย  ลิงค์  วจนะ,  ส่วนวิภัตติอาขยาตใช้ลงท้ายธาตุ ทำธาตุให้มีรูปต่าง ๆ  และเป็นเครื่องหมาย  กาล บท วจนะ  บุรุษ  ฯ

๗.  สัตตมีวิภัตติแห่งกิริยาอาขยาต  บอกความอะไรบ้าง ? ขอ ตัวอย่างของเนื้อความที่สัตตมีวิภัตติบอกมาอย่างละอุทาหรณ์.

ตอบ สัตตมีวิภัตติ  บอกความยอมตาม  และความกำหนด  ความรำพึงเป็นต้น, บอกความยอมตาม แปลว่า  ควร  อุทาหรณ์ว่า ภเชถปุริสุตฺตเม [ชนควรคบซึ่งบุรุษสูงสุดทั้งหลายบอกความกำหนดแปลว่า พึง อุทาหรณ์ว่า ปุญฺญฺเจ ปุริโส  กยิรา ถ้าว่า บุรุษพึง ทำซึ่งบุญไซร้บอกความรำพึง  แปลว่า พึง  อุทาหรณ์ว่า  ยนฺนูนาห  ปพฺพชฺเชยฺย ไฉนหนอ เราพึงบวช  ฯ

๘.  วิภัตติและปัจจัยในอาขยาต ลงที่ไหนและลงแล้วเป็นเครื่องหมายอะไร ?

ตอบ วิภัตติ  ลงท้าย  ปัจจัยปัจจัย  ลงท้าย  ธาตุ, วิภัตติเป็นเครื่องบอก  กาล บท  วจนะ  บุรุษ. ปัจจัยเป็นเครื่องหมายบอกวาจก  ฯ

๙. วิภัตติอาขยาต กับ วิภัตตินาม  มีข้อที่เหมือนกันและต่างกันอย่างไรบ้าง ?

ตอบ  ข้อที่เหมือนกัน คือ  จัดเป็นวจนะเหมือนกัน , ข้อที่ต่างกัน คือ  วิภัตตินามจัดเป็นหมวด  เป็นเครื่องหมายให้รู้เนื้อความของนามศัพท์ส่วนวิภัตติอาขยาต  จัดเป็นหมวด เป็นเครื่องหมายให้รู้กาล , และในหมวดหนึ่งจัดเป็น  ๒ บทบุรุษ เพื่อให้บ่งถึงนามที่เป็นประธานแห่งกิริยา  ฯ

๑๐. กาล โดยย่อมมีเท่าไร   โดยพิสดารมีเท่าไร  อะไรบ้าง  จะรู้กาลนั้นได้อย่างไร  ?

ตอบ  โดยย่อมี ๓ คือ  ปัจจุบันกาล ๑  อดีตกาลอนาคตกาล ๑โดยพิสดารมี  ๘ คือ  ปัจจุบันแท้  ปัจจุบันใกล้อดีต  ปัจจุบันใกล้อนาคต, อดีตกาลไม่มีกำหนด อดีตกาลตั้งแต่วานนี้  อดีตกาลตั้งแต่วันนี้อนาคตแห่งปัจจุบัน  อนาคตกาลแห่งอดีตรู้ได้ด้วยวิภัตติเพราะวิภัตติเหล่านั้น เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้กาลได้  ฯ

๑๑. บท  มีเท่าไร ? อะไรบ้างอย่างไหนมีประโยชน์อย่างไร ?

ตอบ  มี ๒ คือ  ปรัสสบท  บทเพื่อผู้อื่น  อัตตโนบท บทเพื่อตน.ปรัสสบท เป็นเครื่องหมายให้รู้กิริยาที่เป็นกัตตุวาจกอัตตโนบทเป็นเครื่องหมายให้รู้กิริยาที่เป็นกัมมวาจก  และภาววาจก. นี้แสดงตามที่เป็นไปโดยมาก แต่ไม่แน่นัก  ที่จะให้รู้วาจกแน่ ต้องอาศัยสังเกตปัจจัยที่ประจำวาจกนั้นด้วย

๑๒. บุรุษในอาขยาต  แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้างจะรู้ว่าเป็นบุรุษอะไรแน่ ต้องถืออะไรเป็นหลัก ?

ตอบ แบ่งเป็น ๓ คือ ประถมบุรุษ  ๑ มัธยมบุรุษ  ๑ อุตตมบุรุษ ๑.จะรู้บุรุษได้แน่ ต้องถือวิภัตติเป็นหลัก  เพราะวิภัตติเป็นเครื่องแสดง ให้รู้บุรุษ เช่น ติ เป็น ประถมบุรุษ, สิ เป็น มัธยมบุรุษ, มิ เป็น  อุตตมบุรุษ  เป็นต้น  ฯ

๑๓อาขยาต มีอะไรเป็นที่สิ่งสำคัญในการที่จะทำเป็นรูปร่างขึ้น  ท่านจัดแบ่งไว้อย่างไร  จงจัดมาดู ?

ตอบ มีธาตุเป็นสิ่งสำคัญ, ท่านจัดแบ่งไว้เป็น   ๘  หมวด  คือ ๑. หมวด ภู ธาตุ  ๒. หมวด รุธฺ  ธาตุ ๓. หมวด  ทิวฺ  ธาตุ  ๔. หมวดสุ  ธาตุ  ๕.  หมวด  กี ธาตุ  ๖. หมวด  คหฺ ธาตุ  ๗. หมวด  ตนฺ  ธาตุ   ๘.  หมวด จุรฺ ธาตุ  ฯ

๑๔.  กิริยาอาขยาต  มีอะไรเป็นมูลราก

ตอบ กิริยาอาขยาต มีธาตุเป็นมูลรากบ้าง  นามศัพท์บ้าง

๑๕ธาตุแบ่งเป็นกี่อย่าง  อะไรบ้าง ?

ตอบ มี ๒ คือ  สกัมมธาตุ  ธาตุมีกรรม  ๑  อกัมมธาตุ ธาตุไม่มีกรรม

๑๖.  สกัมมธาตุ อกัมมธาตุ ใช้ในวาจกอะไรได้บ้าง ?

ตอบ สกัมมธาตุ ใช้ได้ทุกวาจก, แต่อกัมมธาตุ  ใช้ได้แต่ในกัตตุวาจก ภาววาจก  เหตุกัตตุวาจก  ฯ

๑๗.  จงแสดงวาจกในอาขยาต. ในวาจกเหล่านี้  วาจกอะไรบ้างใช้ดื่นในปกรณ์ทั้งหลาย ?

ตอบ วาจกในอาขยาต  มี ๕ คือ :-

        ๑.  กัตตุวาจก  เป็นกิริยาของผู้ทำที่เป็นประธาน  อุทาหรณ์ว่า  ธมฺมจารี สุข  เสติ

        ๒.  กัมมวาจก เป็นกิริยาของสิ่งที่ถูกทำที่เป็นประธาน  อุทาหรณ์ ว่า ปาป กริยติ

        ๓.  ภาววาจก  เป็นกิริยาหาประธานที่เป็นปฐมาวิภัตติมิได้  อุทาหรณ์ว่า จิตฺเตน  อุปฺปชฺชเต

        ๔.  เหตุกัตตุวาจก เป็นกิริยาของผู้ใช้ที่เป็นประธาน อุทาหรณ์ว่า เมตฺต  อุปฺปาเทติ

        ๕. เหตุกัมมวาจก  เป็นกิริยาของสิ่งที่ถูกเขาใช้ในทำที่เป็นประธาน  อุทาหรณ์ว่า โอทโน  ปาจาปิยเต

ในวาจกเหล่านี้  กัตตุวาจกและเหตุกัตตุวาจก  ใช้ดื่นในปกรณ์ทั้งหลาย  ฯ

๑๘.  กัตตุวาจก มีปัจจัยกี่ตัว  อะไรบ้างตอบ มีปัจจัย  ๑๐ ตัว คือ อ เอณุ ณา นา ณฺหา โอ เณ  ณย,

๑๙.   เหตุกัมมวาจก  ลงปัจจัย  ๑๐ ตัว คืออะไรบ้าง ? แล้วลงอะไรกันอีกขออุทาหรณ์ด้วย.

ตอบ เหตุกัมมวาจก  ลงปัจจัย ๑๐  ตัว คือ อ เอณุ ณา นาณฺหา  โอ เณ  ณฺย แล้วลงเหตุปัจจัย  คือ  ณาเป  ด้วยลงปัจจัยกับทั้ง อิ อาคม  หน้าด้วย อุทาหรณ์  เช่น  ปาจาปิยเต  สิพฺพาปิยเต  เป็นต้น

 

(กิตก์)

๑.  ศัพท์เช่นไร  เรียกว่าศัพท์กิตก์   กิตก์แบ่งเป็นกี่อย่าง  อะไรบ้าง ?

ตอบ ศัพท์ที่ประกอบด้วยปัจจัยหมู่หนึ่ง  ซึ่งเป็นเครื่องกำหนดหมายเนื้อความของนามศัพท์และกิริยาศัพท์ที่ต่าง ๆ กัน  เรียกว่าศัพท์กิตก์, กิตก์แบ่งเป็น ๒ คือ  นามกิตก์  ๑ กิริยากิตก์ ๑  ฯ

๒.  นามกิตก์กับกิริยากิตก์  ต่างกันอย่างไร

ตอบ  นามกิตก์  เป็นนามนามและคุณนาม จัดเป็นสาธนะ มีปัจจัยเป็นเครื่องหมายสาธนะนั้น ๆ, กิริยากิตก์ เป็นกิริยาประกอบ ด้วยวิภัตติ วจนะ  กาล ธาตุ  วาจก ปัจจัย เหมือนในอาขยาต  ต่างแต่ ไม่มีบทและบุรุษเท่านั้น  ฯ

๓.  อะไรเรียกว่า สาธนะสาธนะมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?

ตอบ ศัพท์ที่สำเร็จมาจากรูปวิเคราะห์  ลงปัจจัยนามกิตก์ตัวใดตัวหนึ่ง  เรียกว่า  สาธนะ, สาธนะมี ๗ คือ กัตตุสาธนะ  กัมมสาธนะ  ภาวสาธนะ กรณสาธนะ สัมปทานสาธนะ  อปาทานสาธนะ อธิกรณสาธนะ  ฯ

๔.  คำว่า  รูป ได้แก่อะไร  และรูปนั้น แบ่งเป็นกี่อย่าง  อะไรบ้าง ?

ตอบ  รูป ได้แก่วาจก  แบ่งเป็น  ๓ คือ  กัตตุรูป  กัมมรูป  ภาวรูป  ฯ

๕.  สาธนะทั้งนั้น  สาธนะไหน  เป็นได้กี่รูป   รูปอะไร ?

ตอบ กัตตุสาธนะ และ  อปาทานสาธนะ เป็นกัตตุรูอย่างเดียว, ภาวสาธนะ  เป็นภาวรูปอย่างเดียว, ๔ สาธนะนอกนี้  เป็นได้ทั้ง ๒ คือ กัตตุรูป และ  กัมมรูป  ฯ

๖.  เราจะทราบสาธนะได้แม่นยำ  ต้องอาศัยอะไรเป็นหลัก

ตอบ  ต้องอาศัยปัจจัย  และเนื้อความของสาธนะนั้นเป็นหลัก

๗.  ปัจจัยนามกิตก์  มีเท่าไร  แบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างไรบ้างจงแสดง  และหมวดหมู่ไหนเป็นเครื่องหมายรูป  และสาธนะวิเคราะห์และสาธนะอะไร?

ตอบ มี ๑๔ ตัว แบ่งเป็นหมู่  คือ

        กิตปัจจัย  คือ  กฺวิ  ณี  ณฺวุ  ตุ  รู  เป็นเครื่องหมาย  กัตตุรูป กัตตุสาธนะ.

        กิจจปัจจัย คือ  ข  ณฺย  เป็นเครื่องหมาย  กัมมรูปและภาวรูป กัมมสาธนะ และภาวสาธนะ.

        กิตกิจจปัจจจัย  คือ  อ  อิ  ณ  เตฺว  ติ  ตุ   ยุ  เป็นเครื่องหมาย รูปและสาธนะได้ทั้งหมด

๘.  ศัพท์เช่นไร  เรียกว่ากิริยากิตก์  ?

ตอบ ศัพท์ที่ใช้ปัจจัยแผนกหนึ่งปรุงกับธาตุ   สำเร็จรูปเป็นกิริยา  เรียกว่า กิริยากิตก์  เช่น คโต  ิโต  กโต  เป็นต้น.

๙.  นามกิตก์  กับ กิริยากิตก์  ต่างกันอย่างไร

ตอบ นามกิตก์ เป็นได้ทั้งนามนามและคุณนาม  จัดเป็นสาธนะ  มีปัจจัยเป็นเครื่องหมายสาธนะนั้นๆกิริยากิตก์  เป็นกิริยา  ประกอบด้วยวิภัตติ วจนะ  กาล ธาตุ  วาจก ปัจจัย เหมือนในอาขยาต ต่างแต่ไม่มีบทและบุรุษเท่านั้น  ฯ 

๑๐วาจกในกิริยากิตก์ มีเท่าไรอะไรบ้าง  ต่างจากวาจกในอาขยาตหรือเหมือนกัน ?

ตอบ มีเหมือนอย่างอาขยาต  คือ  กัตตุวาจก  กัมมวาจก  ภาววาจก  เหตุกัตตุวาจก  เหตุกัมมวาจกต่างกันแต่สักว่า รูปแห่งศัพท์กิริยาเท่านั้น

๑๑.  ปัจจัยในกิริยากิตก์  มีเท่าไร ? ตัวไหนบ้างเป็นพวกอัพยยศัพท์ และตัวไหนลงในวาจกอะไร

ตอบ มี ๑๐ ตัว คือ  อนฺต  ตวนฺตุ  ตาวี  อนีย  ตพฺพ  มาน  ต  ตูน  ตฺวา  ตฺวาน, เป็นพวกอัพยยศัพท์มี ๓ ตัว คือ ตูน ตฺวา

ตฺวาน ลงในวาจกดังนี้  อนฺต  ตวนฺตุ  ตาวี  ลงในกัตตุวาจก, อนีย  ตพฺพ  ลงในกัมมวาจก  และ ภาววาจา, มาน  ต  ตูน      ตฺวา  ตฺวาน ลงในวาจกทั้งมวล  ฯ

๑๒ปัจจัยในกิริยากิตก์  ตัวไหนบ้าง  ใช้คุมพากย์ได้  ตัวไหนใช้คุมพากย์ไม่ได้

ตอบ ตพฺพ  อนีย  ต ปัจจัย  ใช้คุมพากย์ได้นอกจากนี้  ใช้คุมพากย์ไม่ได้  ฯ

 

อ.ธีรเดช  เลิศแล้ว  ป.ธ.๙

HOME

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2012 เวลา 11:58 น.)