ประมวลปัญหา-เฉลยบาลีไวยากรณ์ ประโยค ๑ – ๒ (นามศัพท์-อัพยยศัพท์)

ประมวลปัญหา-เฉลยบาลีไวยากรณ์ ประโยค–๒

(นามศัพท์)

๑.  นามศัพท์ทั้ง ๓ อย่างไหนแบ่งเป็นกี่อย่าง  อะไรบ้าง ?

ตอบ  นามนาม แบ่งเป็น  ๒ อย่าง  คือ สาธารณนาม ๑  อสาธารณนาม ๑,  คุณนาม  แบ่งเป็นอย่าง  คือ ปกติ  ๑         วิเสสน  ๑ อติวิเสส ๑,  สัพพนาม  แบ่งเป็น  ๒ อย่าง  คือ ปุริสสัพพนาม  ๑ วิเสสนสัพพนาม ๑  ฯ

๒.  สัพพนาม  คือนามอย่างไร  ?

ตอบ  สัพพนาม  คือนามที่ใช้แทนนามนามซึ่งออกชื่อมาแล้ว  เช่น ท่าน  เธอ  เขา  มัน  กู  สู  เอง  มึง  เป็นต้น ฯ 

๓.  ลิงค์แปลว่าอะไร  จัดเป็นเท่าไร   อะไรบ้าง   และจัดอย่างไร ?

ตอบ  แปลว่าเพศ, จัดเป็น  ๓ ปุงลิงค์  เพศชาย ๑  อิตถีลิงค์  เพศหญิง  ๑  นปุงสกลิงค์  มิใช่เพศชายมิใช่เพศหญิง  ๑,  จัดตามสมมติของภาษาบ้าง  ตามกำเนิดบ้าง  ฯ

๔.  วจนะหมายความว่ากระไร   มีกี่อย่าง   อะไรบ้าง   จำเป็นต้องมีหรือ  ถ้าไม่มี  จะเป็นอย่างไร

ตอบ วจนะหมายความว่า คำพูดที่ระบุจำนวนนามนาม มี ๒  อย่าง คือ  เอวจนะ  สำหรับพูดถึงนามนามสิ่งเดียว,        พหุวจนะ  สำหรับพูดถึงนามนามหลายสิ่ง, จำเป็นต้อมี  ถ้าไม่มีก็ทำให้ทราบจำนวนของนามว่ามากหรือน้อยไม่ได้  ฯ

๕. วิภัตติ  มีหน้าที่อย่างไร  มีจำนวนเท่าไร  จัดเป็นหมวดหมู่กันอย่างไรบ้าง   จงบรรยาย ฯ 

ตอบ  วิภัตติมีหน้าที่แจกนามศัพท์ตามการันต์นั้นๆ ทำให้ศัพท์มีรูปต่างๆ หมุนไปให้ได้ความตามภาษา มีจำนวน ๑๔  จัดเป็นเอกวจนะ  ๗  พหุวจนะ  ๗ และจัดเป็นที่ ๆ  ๗ ที่ คือ  ปฐมาที่ทุติยาที่ ๒  ตติยาที่ ๓  จตุตถีที่ปัญจมีที่ ๕  ฉัฏฐีที่ ๖  สัตตมีที่ ๗  ฯ 

๖. วิภัตติ  มีประโยชน์อย่างไร ?

ตอบมีประโยชน์  ทำผู้ศึกษาให้กำหนดเนื้อความได้ง่ายขึ้น และจำลิงค์วจนะได้แม่นยำขึ้น ทำเนื้อความแห่งศัพท์ทั้งปวงให้ประสานเกี่ยวเนื่องถึงกัน  และได้ความตามภาษานิยม  ฯ

๗.  การันต์คืออะไร  เป็นสำคัญอย่างไร ?

ตอบสระที่สุดอักษรหรือสระที่คุณศัพท์ เรียกว่า การันต์ จะทราบได้ว่าศัพท์ไหนเป็นการันต์อะไร  ท่านให้สังเกตสระที่สุดของศัพท์นั้นเป็นสำคัญ ในอันให้จำลิงค์ได้แม่นยำขึ้น และให้ความสะดวกในการแจกศัพท์ให้เปลี่ยนแปลงไปตามวิภัตติทั้ง ๗  ฯ

๘.  การันต์โดยพิสดารมีเท่าไร  โดยย่อมีเท่าไร   อะไรบ้าง ?

ตอบ  การันต์โดยพิสดารมี ๑๓  คือ ปุงลิงค์มีการันต์ ๕ คือ อ อิ อี อุ อู. อิตถีลิงค์มีการันต์ ๕ คือ  อา อิ อี อุ อูนปุงสกลิงค์มีการันต์ ๓ คือ อ อิ อุ, โดยย่อมี ๖ คือ  อ  อา  อิ  อี  อุ  อู  ฯ

๙.  อตฺต  ศัพท์  ไม่มีพหุวจนะ  ถึงคราวให้พหุวจนะ  จะใช้อย่างไร ?

ตอบ ใช้เอกวจนะนั้นเอง  แต่ถ้ามีนามที่เป็นพหุวจนะนั้นหลายพวก ใช้คำเอกวจนะซ้ำหน อุทาหรณ์ อตฺตโน อตฺตโน  ปตฺตาสเนสุ  นิสีทึสุ  ฯ

๑๐.  ราช ศัพท์  เป็นได้กี่ลิงค์  ลิงค์อะไรบ้าง  วิธีแจกแบบเดียวกันหรือต่างกัน ?

ตอบ ราช ศัพท์ เป็นได้  ๒ ลิงค์  คือ ปุงลิงค์  และอิตถีลิงค์  มีวิธีแจกต่างกันคือ ปุงลิงค์  แจกอย่างที่ปรากฏชัดในแบบแล้ว,  ส่วนที่เป็นอิตถีลิงค์แจกตามแบบนารี  ฯ

๑๑มโนคณะ  มีกี่ศัพท์   คืออะไรบ้าง  มีวิธีแปลงวิภัตติเป็นอย่างไร   เมื่อเข้าสมาส จะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ตอบ  มโนคณะ มี ๑๒ ศัพท์  คือ มน  อย อุร เจต  ตป  ตม เตช  ปย ยส  วจ  วย  สิร.  มีวิธีแปลงวิภัตติอย่างนี้  คือ นา กับ สฺมา เป็น อา, ส ทั้งเป็น โอ, สฺมึ  เป็น อิ, แล้วลง  ส อาคมเป็น สา เป็นโส  เป็นสิ, เอา อเป็น โอ ได้บ้าง, เมื่อเข้าสมาสแล้ว  ต้องเอาสระที่สุดของตนเป็น  โอ ได้ เหมือนคำว่า มโนคโณ  หมู่แห่งมนะ อโยมย  ของที่คุณทำด้วยเหล็ก ฯ  

๑๒. ศัพท์เช่นไร  เรียกว่า  สังขยา ?

ตอบ  ศัพท์ที่เป็นเครื่องกำหนดนับนามนามให้รู้ว่า   นามนามมีจำนวนมากน้อยเท่าไรแน่  เรียกว่า  สังขยา ฯ 

๑๓. สังขยา  มีกี่อย่าง  ใช้ต่างกันอย่างไร  เป็นนามอะไร ?

ตอบ  สังขยา มี  ๒ อย่าง  คือ  ปกติสังขยาและปูรณสังขยา, ปกติสังขยาใช้นับตามปกติ  เช่น  ๑ ๒ ๓  ปูรณสังขยา ใช้นับตามลำดับที่ เช่น  ที่ ๑  ที่ ๒ ที่ ๓,  ปกติสังขยา  ตั้งแต่  เอก ถึง จตุ  เป็นสัพพนามตั้งแต่ ปญฺจ  ถึง อฏฺนวุติ เป็นคุณนาม, ตั้งแต่ เอกูนสต  ไปเป็นนามนาม  ส่วน  ปูรณสังขยา  เป็นคุณนามล้วน

๑๔ปกติสังขยา  เป็นนามอะไร ?

ตอบ ปกติสังขยา  แบ่งเป็นนามดังนี้ คือ  ตั้งแต่ เอก. ถึง จตุ. เป็นสัพพนาม. ตั้งแต่  ปญฺจ  ถึง อฏฺนวุติ  เป็นคุณนามตั้งแต่ เอกูนสตไป เป็นนามนาม

๑๕.  สัพพนาม  มีเท่าไร   อะไรบ้าง   และต่างกันอย่างไร ?

ตอบ สัพพนาม  มี ๒ คือ ปุริสสัพพนาม  ๑ วิเสสนสัพพนาม  ๑.  ต่างกัน คือ ปุริสสัพพนาม  สำหรับใช้แทนชื่อคน สัตว์  และสิ่งของต่าง ๆที่ได้ออกชื่อมาแล้ว  เพื่อมิใช้ซ้ำ  ๆ  ซาก ๆ ซึ่งไม่เพราะหู เช่น  โส เขา ตฺว  เธอหรือท่าน, อหข้าพเจ้าหรือเรา  ตามฐานะสูงหรือต่ำ. ส่วนวิเสสนสัพพนาม  ส่องความให้ทราบว่า สิ่งนั้น  ๆ อยู่ใกล้หรือไกล เช่น  โส ชโน  ชนนั้นเอโส  ธมฺโม ธรรมนั่น, อิท  วตฺถุ วัตถุนี้, อสุโก  ปุคฺคโล บุคคลโน้น  เป็นต้น  ฯ

๑๖ปุริสสัพพนาม แบ่งเป็นกี่อย่าง ?  อะไรบ้าง ?  และใช้ศัพท์อะไรประจำชั้นนั้น ๆ ?

ตอบ แบ่งเป็นอย่าง คือ  ประถมบุรุษ  ๑ มัธยมบุรุษ  ๑ อุตตมบุรุษ ๑  ประถมบุรุษใช้  ต ศัพท์  มัธยมบุรุษใช้      ตุมฺห ศัพท์ อุตตมบุรุษใช้  อมฺห ศัพท์  ฯ

๑๗วิเสสนสัพพนาม  แบ่งเป็นเท่าไรอะไรบ้าง ?  และหมายความต่างกันอย่างไร ?

ตอบ  วิเสสนสัพพนาม แบ่งเป็น ๒ คือ  นิยม  กับ  อนิยม,  นิยม  คือพูดเจาะจงถึงคนหรือของสิ่งนั้นสิ่งนี้โดยแน่นอน  อนิยม   คือพูดไม่เจาะจงลงเป็นแน่นอน  ฯ    

(อัพยยศัพท์)

๑.  อัพยยศัพท์  ท่านแบ่งไว้กี่พวก  ใช้ต่างกันอย่างไร ?

ตอบ  อัพยยศัพท์ แบ่งไว้  ๓ จำพวก คือ  อุปสัค  นิบาต  ปัจจัย.     อุปสัคนั้นสำหรับใช้นำหน้านามและกิริยาให้วิเศษขึ้น,  นิบาตนั้น สำหรับลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง  กิริยาศัพท์บ้าง บอกอาลปนะ กาล ที่ปริจเฉท เป็นต้น, ปัจจัยนั้น  สำหรับลงท้ายนามนามบ้าง  สัพพนามบ้าง เป็นเครื่องหมายวิภัตติ, ลงท้ายธาตุ  เป็นเครื่องหมายกิริยา  ฯ

๒. อุปสัค กับ  นิบาต  ต่างกันอย่างไร  ไฉนจึงเรียกว่าอัพยยศัพท์ ?

ตอบอุปสัค สำหรับใช้นำหน้านามและกิริยา, นิบาต สำหรับ ลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง. เพราะเป็นศัพท์คงรูปอยู่อย่างเดียว  จะแจกด้วยวิภัตติทั้ง ๗  แปลงรูปไปต่าง  เหมือนนามทั้งไม่ได้  จึงเรียกว่า อัพยยศัพท์  ฯ

๓.  อุปสัค  มีกี่ตัว   อะไรบ้าง ?

ตอบ  อุปสัต  มี ๒๐  ตัว,  อติ อธิ  อนุ อป อปิ  หรือ ปิ  อภิ  อว หรือ โอ อา อุ อุป ทุ นิ นี ป ปฏิ  ปรา ปริ วิ สสุ.

๔.  นิบาตมีไว้เพื่อใช้ทำอะไร  และแบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างไร ?

ตอบ  นิบาต  มีไว้เพื่อใช้ลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง. แบ่งเป็น ๑๑ หมู่  คือ นิบาต บอกอาลปนะ  ๑  บอกกาลบอกที่ ๑  บอกปริจเฉท  ๑ บอกอุปมาอุปไมย  ๑  บอกปฏิเสธบอกความได้ยินเล่าลือ  ๑ บอกความปริกัปบอกความถามบอกความรับบอกความเตือน  ๑  ฯ

๕.  นิบาตที่ลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง  กิริยาศัพท์บ้างนั้น  เป็นอย่างไร   จงแสดงอุทาหรณ์ให้ดูด้วย ?

ตอบ  ที่ลงในระหว่างนามศัพท์นั้น เช่น  อุปาสโก  เจว   อุปาสิกาจ โสตาปตฺติผลาทีนิ  ปาปุณึสุ,  จ นิบาต   ๒ ตัวนั้น  ลงในระหว่างนามศัพท์, ส่วนที่ลงในระหว่างกิริยาศัพท์นั้น เช่น  จกฺขูนิ  นสฺสนฺตุ วา ภิชฺชนฺตุ วา,  ๒ ศัพท์ลงในระหว่างศัพท์กิริยา  เช่นนี้เป็นต้น  ฯ

๖.  ภนฺเต  กับ อาวุโส  มีวิธีใช้ต่างกันอย่างไร ?

ตอบ ภนฺเต เป็นคำสำหรับคฤหัสถ์เรียกบรรพชิตโดยเคารพ หรือบรรพชิตผู้อ่อนพรรษากว่า เรียกบรรพชิตผู้แก่กว่า,  อาวุโส  เป็นคำสำหรับบรรพชิตที่มีพรรษามากกว่า  เรียกบรรพชิตที่มีพรรษาน้อยกว่า และสำหรับบรรพชิตเรียกคฤหัสถ์  ฯ  

๗.  ศัพท์อาลปนะในอัพยยศัพท์ มีเท่าไร  อะไรบ้าง ?

ตอบ ศัพท์อาลปนะ มี ๑๐ คือ ยคฺเฆ   ภนฺเต  ภทนฺเต  ภเณ  อมฺโภ  อาวุโส  เร  อเร  เห  เช  ฯ

๘. โต ปัจจัย  เป็นเครื่องหมายวิภัตติอะไร  และแปลว่าอะไร  ?

ตอบ โต  ปัจจัย  เป็นเครื่องหมายตติยาวิภัตติ  แปลว่า  แต่ ,  เป็นเครื่องหมายปัญจมีวิภัตติ  แปลว่า  ข้าง  ฯ

 

อ.ธีรเดช  เลิศแล้ว  ป.ธ.๙

HOME

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 05 เมษายน 2016 เวลา 10:41 น.)