ตัวบ่งชี้มาตรฐานที่ 5

 

กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน มาตรฐานที่ผลการจัดการศึกษา
ตัวบ่งชี้ที่และตัวบ่งชี้ที่
(ชุดแก้ไขเพิ่มเติม)
ของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ตามกฎกระทรวง
ว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓
 
 
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๕    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
น้ำหนัก         ๒๐ คะแนน
 
คำอธิบาย
          ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน หมายถึง ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานการเรียนรู้ระดับดีและมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖ และมีผลสัมฤทธิ์ตามการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะของสถานศึกษา
ประกอบด้วยตัวบ่งชี้ย่อย คือ
ตัวบ่งชี้ที่
ชื่อตัวบ่งชี้
น้ำหนัก
(คะแนน)
๕.๑
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
๑๒
๕.๒
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามเป้าหมายเฉพาะของสถานศึกษา
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
น้ำหนัก          ๑๒ คะแนน (เชิงปริมาณคะแนน เชิงพัฒนาการคะแนน)
 
คำอธิบาย
          ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับดีและมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖ 
          ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับดี หมายถึง ร้อยละของผู้เรียนที่ได้คะแนนผลการทดสอบของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (O-NET) มากกว่าขีดจำกัดล่างของค่าเฉลี่ยผลการทดสอบในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖ ทั้งนี้ สมศ. จะเป็นผู้ดำเนินการให้ตามโปรแกรมการคำนวณ
พัฒนาการทางการเรียนรู้ หมายถึง สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับดีสูงขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา
 
กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่
๑. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป
๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
๓. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิตต่างๆ ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge-based Society) ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
๔. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หมายถึงกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เข้าใจถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น มีความอดกลั้น ยอมรับในความแตกต่างและมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก
๕. กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม ทางปัญญา หรือจิตวิญญาณ สุขภาพ หรือสุขภาวะจึงเป็นเรื่องสำคัญเพราะเกี่ยวโยงกับทุกมิติของชีวิต ซึ่งทุกคนควรจะได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพื่อจะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพจนเป็นกิจนิสัย อันจะส่งผลให้สังคมโดยรวมมีคุณภาพ
๖. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งการเรียนรู้ศิลปะช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม 
มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ กิจกรรมทางศิลปะช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจนการนำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้
๗. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข
๘. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลกนำมาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณี ความคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้ง่ายและกว้างขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต
 
การกำหนดค่าน้ำหนักกลุ่มสาระการเรียนรู้
สาระ
การเรียนรู้ที่
ชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้
น้ำหนัก
เชิงปริมาณ
(คะแนน)
พัฒนาการ
(คะแนน)
รวม
(คะแนน)
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๐
๐.๕๐
๑.๕๐
 
๑. เกณฑ์การพิจารณาเชิงปริมาณ (๘ คะแนน) พิจารณาจาก
        ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
วิธีการคำนวณ
๑. คำนวณหาค่าร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ 
ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
จำนวนผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
X  ๑๐๐
 
จำนวนผู้เรียนทั้งหมดที่เข้าสอบของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
 
    
 
 
    ๒. คำนวณหาค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่คำนวณได้จากข้อ
 
ผลรวมค่าร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
 
จำนวนช่วงชั้นที่เปิดสอน
 
 
          ๓. คำนวณคะแนนถ่วงน้ำหนัก แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้จากข้อ
 
ร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนจากข้อ
๑.๐
คะแนนถ่วงน้ำหนัก แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
๑๐๐
 
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนนรวมเชิงปริมาณ =
ผลรวมคะแนนถ่วงน้ำหนัก ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
๒. เกณฑ์การพิจารณาพัฒนาการ (๔ คะแนน) พิจารณาจาก
          ค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เทียบกับค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนในปีที่ผ่านมา ตามเกณฑ์พัฒนาการดังนี้
 
การพัฒนาการ
คะแนน
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ สูงขึ้น หรือคงคะแนนอยู่ในช่วงระดับดีมาก (ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป)
๐.๕๐
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ คงที่
๐.๒๕
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ ลดลง หรือคงค่าร้อยละเฉลี่ยที่ ๐.๐๐
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนนรวมพัฒนาการ=
ผลรวมคะแนนพัฒนาการ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
 
         
 
เกณฑ์การให้คะแนนรวมตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑ 
คะแนนรวมตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑   =
คะแนนรวมเชิงปริมาณ + คะแนนรวมพัฒนาการ
ข้อมูลประกอบการพิจารณา
    ผลการทดสอบระดับชาติ ระดับดี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
 
ตัวบ่งชี้ ๕.๒    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามเป้าหมายเฉพาะของสถานศึกษา
น้ำหนัก           ๘ คะแนน (เชิงปริมาณ ๕ คะแนน และพัฒนาการ ๓ คะแนน)
คำอธิบาย
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามเป้าหมายเฉพาะของสถานศึกษา : โรงเรียนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาวิชาพระพุทธศาสนาและวิชาภาษาบาลีควบคู่กันไป ประกอบด้วย
วิชาพุทธประวัติและธรรมวินัย ส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา การนำหลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เน้นให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตามหลักธรรม หลักวินัยบัญญัติ และประกาศ กฏ ระเบียบ คำสั่งมหาเถรสมาคม และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
โดยมุ่งให้พระภิกษุสามเณรมีการพัฒนาตนเองประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเป็นศาสนทายาทที่ดีและนำความรู้จากการศึกษาไปพัฒนาศาสนา สังคม เป็นการปลูกฝังให้พระภิกษุสามเณรมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
๑. ให้นักเรียนเห็นคุณค่าของหลักธรรมวินัยทางพระพุทธศาสนาและยินดีที่จะปฏิบัติตามในฐานะเป็น ศาสนทายาทที่ดี
๒. ให้นักเรียนสามารถเผยแผ่หลักธรรมวินัยที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของบุคคลและสังคม
๓. ให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมและหลักวินัย
๔. ให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและความเคารพเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
 
วิชาศาสนปฏิบัติ  ส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษาภาคสมาธิภาวนา ภาคธรรมสาธยาย และภาคพิธีกรรม การสวดมนต์ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน นั่งและเดินจงกรม ตลอดถึงพิธีกรรม ศาสนธรรมทางพระพุทธศาสนา มีความรู้เกี่ยวกับศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนา มีค่านิยมที่ดีงามสามารถปฏิบัติตามหลักธรรม สาธยายธรรม ปฏิบัติพิธีกรรมและบำรุงรักษาศาสนสมบัติ จนกระทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
โดยมุ่งให้พระภิกษุสามเณรมีการพัฒนาตนเอง ฝึกอบรมตนเองให้มีความอดทน มีความสามัคคี มีความริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน เพื่อให้รู้จักปฏิบัติตนในฐานะเป็นศาสนทายาทที่ดี และนำความรู้จากการศึกษาไปพัฒนาศาสนา พัฒนาศาสนพิธี ศาสนธรรม ทางพระพุทธศาสนาและสังคม เป็นการปลูกฝังให้พระภิกษุสามเณรมีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้
๑. ให้นักเรียนรู้และเข้าใจในหลักการปฏิบัติสมาธิภาวนา ธรรมสาธยาย และพิธีกรรม
๒. ให้นักเรียนพัฒนาตนให้เป็นประโยชน์แก่บุคคล สังคม และประเทศชาติ
๓. ให้นักเรียนรู้จักปรับปรุงบำรุงรักษาศาสนสมบัติทางพระพุทธศาสนา
๔. ให้นักเรียนรู้จักปฏิบัติตนในฐานะเป็นศาสนทายาทที่ดี
๕. ให้นักเรียนรู้จักใช้สัมมาสมาธิแก้ปัญหาสังคม
 
วิชาภาษาบาลี ส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษาภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพระพุทธพจน์ ภาษาที่ใช้จารึกหลักธรรมคำสั่งสอนที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกและคัมภีร์ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาษาที่ใช้สื่อสารในสมัยพุทธกาลถึงปัจจุบัน ค่านิยมและความเชื่อที่แสดงออกทางภาษา สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการดำรงชีวิตของชาวพุทธการที่นักเรียนจะเรียนรู้ภาษาบาลีได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วและเหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับทักษะการใช้ภาษาบาลี
โดยมุ่งให้พระภิกษุสามเณรพัฒนาตนเองประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเป็นศาสนทายาทที่ดี และนำความรู้จากการศึกษาไปพัฒนาสังคม เป็นการปลูกฝังให้พระภิกษุสามเณรมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
. ให้นักเรียนได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของภาษาบาลี หลักไวยากรณ์เบื้องต้นของภาษาบาลี เพื่อเป็น
แนวทางในการเรียนรู้ระดับสูง และเชื่อมโยงประสบการณ์การเรียนรู้ไปสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ
. ให้นักเรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนเป็นภาษาบาลี
. ให้นักเรียนเห็นคุณค่าความสำคัญของภาษาบาลี ในฐานะเป็นภาษาที่ใช้บันทึกหลักธรรมคำสั่งสอนและสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
 
การกำหนดค่าน้ำหนักวิชาพระพุทธศาสนา (พุทธประวัติและธรรมวินัย, ศาสนปฏิบัติ) และวิชาภาษาบาลี
วิชาที่
ชื่อวิชา
น้ำหนัก
เชิงปริมาณ
(คะแนน)
พัฒนาการ
(คะแนน)
รวม
(คะแนน)
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา (พุทธประวัติและธรรมวินัย) ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๕
๑.๐
๒.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา (ศาสนปฏิบัติ) ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๑.๕
๑.๐
๒.๕๐
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาบาลี ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
๒.๐
๑.๐
๓.๐
. เกณฑ์การพิจารณาพัฒนาการ (๓ คะแนน) พิจารณาจาก
          ค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดีแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เทียบกับค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนในปีที่ผ่านมา ตามเกณฑ์พัฒนาการดังนี้
 
การพัฒนาการ
คะแนน
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ สูงขึ้น หรือคงคะแนนอยู่ในช่วงระดับดีมาก (ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป)
๑.๐
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ คงที่
๐.๕๐
สถานศึกษามีค่าร้อยละเฉลี่ยของผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติระดับดี 
แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ม.๓, ม.๖ ลดลง หรือคงค่าร้อยละเฉลี่ยที่ ๐.๐๐
 
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนนรวมพัฒนาการ=
ผลรวมคะแนนพัฒนาการ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
 
         
 
เกณฑ์การให้คะแนนรวมตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ 
คะแนนรวมตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒   =
คะแนนรวมเชิงปริมาณ + คะแนนรวมพัฒนาการ
 
 
ข้อมูลประกอบการพิจารณา
    ผลการทดสอบระดับชาติ ระดับดี วิชาพระพุทธศาสนา (พุทธประวัติและธรรมวินัย, ศาสนปฏิบัติ) และวิชาภาษาบาลี ในระดับชั้น ม.๓ และ ม.๖
 
หมายเหตุ :
-   ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนตามเป้าหมายเฉพาะของสถานศึกษา กรณีที่โรงเรียนยังไม่มีผลคะแนนทดสอบระดับชาติวิชาพระพุทธศาสนา (พุทธประวัติและธรรมวินัย, ศาสนปฏิบัติ) และวิชาภาษาบาลี ให้ใช้ผลคะแนนของสถานศึกษาในปีการศึกษาล่าสุด ก่อนรับการประเมิน
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๗      ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
น้ำหนัก           ๕ คะแนน (เชิงคุณภาพ ๕ คะแนน)
 
คำอธิบาย
          ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาหมายถึง การบริหารจัดการสถานศึกษาตามบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพ ยั่งยืนและต่อเนื่อง   
ประกอบด้วย ๓ ตัวบ่งชี้ย่อย คือ
ตัวบ่งชี้ที่
ชื่อตัวบ่งชี้
น้ำหนัก
(คะแนน)
๗.๑
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้บรรลุตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๗.๒
ประสิทธิภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๗.๓
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑  ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้บรรลุตาม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
น้ำหนัก           ๒ คะแนน (เชิงคุณภาพ ๒ คะแนน)
 
คำอธิบาย
          ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้บรรลุตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา หมายถึง ผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงานประจำปี บทบาท หน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารจัดการและพัฒนาสถานศึกษาให้บรรลุตามจุดหมายของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ส่งเสริมความสามารถพิเศษทางด้านวิชาการ ทั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษามีการบริหารจัดการสถานศึกษาทั้ง ๖ ด้าน โดยยึดหลักความคุ้มค่า การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม รณรงค์ให้บุคลากรมีความประหยัด ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน ดังนี้
 
เกณฑ์การพิจารณาเชิงปริมาณ
๑. ด้านวิชาการ หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีความรอบรู้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา เป็นผู้นำในการพัฒนาและจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา การประสานความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาวิชาการกับสถาบันและองค์กรอื่น รวมทั้งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ จัดให้มีการวัดผล ประเมินผล การนิเทศการศึกษาและการแนะแนวให้ผู้เรียนมีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนโดยบูรณาการกับอาชีพที่ตนสนใจ หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าต่อไป
          ๒. ด้านงบประมาณ  หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษาจัดระบบการบริหารงานงบประมาณที่คล่องแคล่ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการจัดทำแผนงบประมาณ แผนปฏิบัติการ และอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณตามที่ได้รับจัดสรร มีการรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ตรวจสอบติดตาม ควบคุมดูแลและรายงานการใช้งบประมาณ รวมทั้งการระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา และการใช้ทรัพยากร วัสดุอุปกรณ์ อย่างประหยัดและคุ้มค่า
๓. ด้านการบริหารบุคคล หมายถึง ผู้บริหารมีการวางแผนอัตรากำลัง การสรรหาและการเสนอแต่งตั้ง การประเมินผลการปฏิบัติงาน ส่งเสริมการพัฒนาครูบุคลากร การส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ การส่งเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับครูบุคลากร
๔. ด้านการบริหารทั่วไป หมายถึง ผู้บริหารมีการจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กรอย่างมีคุณภาพ (PDCA) การวางแผนและใช้แผนในการบริหารงานการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนและประสานการจัดการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงานและสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา ประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและนำผลประเมินไปนิเทศและพัฒนางานให้บรรลุเป้าหมาย
๕. ด้านระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน หมายถึง กระบวนการดำเนินงานดูแลผู้เรียนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน โดยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่ายทั้งในและนอกสถานศึกษาเพื่อส่งเสริม พัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีทักษะในการดำรงชีวิต โดยการรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีการคัดกรองผู้เรียนเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา มีการป้องกันและแก้ไข การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน รวมถึงการจัดระบบการส่งต่อทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
๖. ด้านรางวัลและผลงานดีเด่น หมายถึง ผู้บริหารมีแผนพัฒนาการได้มาซึ่งรางวัลหรือผลงานดีเด่นของครูบุคลากร นักเรียน โรงเรียน และดำเนินการอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้มีโอกาสเข้าแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศทางทักษะวิชาการอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานที่บรรลุเป้าหมายตามตัวบ่งชี้ของแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา
เกณฑ์การให้คะแนน
พิจารณาจากผลการดำเนินงานของผู้บริหารสถานศึกษาตามจำนวนข้อที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
ผู้บริหารมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๔ – ๖ ด้าน
๒.๐๐
ผู้บริหารมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๓ ด้าน
๑.๕๐
ผู้บริหารมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๒ ด้าน
๑.๐๐
ผู้บริหารมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๑ ด้าน
.๕๐
 
ข้อมูลประกอบการพิจารณา
๑. แผนงาน/โครงการกิจกรรมเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
๒. การคัดกรองและจำแนกผู้เรียนเป็นรายกลุ่มตามสภาพ
๓. การจัดกิจกรรมป้องกัน แก้ไข และพัฒนาผู้เรียนตามสภาพอย่างเหมาะสม
๔. การประเมินผลการจัดกิจกรรมป้องกัน แก้ไข และพัฒนาผู้เรียน
๕. การประสานและส่งต่อ การแก้ไขและพัฒนาผู้เรียนแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
๖. แผนปฏิบัติงานประจำปี/ปฏิทินปฏิบัติงานประจำปีที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาของแต่ละปี
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒  ประสิทธิภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
น้ำหนัก           ๑ คะแนน (เชิงคุณภาพ ๑ คะแนน)
 
คำอธิบาย
          ประสิทธิภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษามีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย สามารถบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง บริหารจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ส่งเสริม สนับสนุนและระดมทรัพยากรรวมทั้งใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้บรรลุตามจุดหมายของการจัดการศึกษา ดังนี้
 
เกณฑ์การพิจารณาเชิงปริมาณ
๑. คณะกรรมการสถานศึกษามีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านต่างๆ หลากหลาย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา หมายถึง องค์ประกอบและการได้มาของคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและมีความหลากหลาย ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กทุกคนในเขตบริการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพและได้มาตรฐาน มีการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนของสถานศึกษา ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างน้อยภาคเรียนละ ๒ ครั้ง และมีการรายงานผลการประชุมต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่มีการประชุม คณะกรรมการสถานศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ รับทราบและพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของสถานศึกษา
๒. คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการ หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการให้ความเห็น ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่น การจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมและกำกับติดตามให้สถานศึกษามีกิจกรรมการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับจารีตประเพณีศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติตามความเหมาะสมและโอกาสอันควร ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดระบบและการดำเนินการตามระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
๓. คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารงานงบประมาณหมายถึง ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งและใช้จ่ายงบประมาณของสถานศึกษา การออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การจัดหารายได้ของสถานศึกษา ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิทยากรภายนอกและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของผู้เรียนทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและชาติ
๔. คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารงานบุคคล หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมกำกับดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้อง เสนอความต้องการจำนวนและอัตราตำแหน่งของครูในสถานศึกษาเพื่อเสนอผู้รับผิดชอบพิจารณา ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา
๕. คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารงานบริหารทั่วไปหมายถึง ให้ความเห็น เสนอแนะและให้คำปรึกษาในการจัดทำนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาและกิจการของสถานศึกษา การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั้งดูแลบำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา การออกระเบียบ ข้อบังคับ ในการดำเนินงานต่างๆ ของสถานศึกษา การส่งเสริมความเข้มแข็งในชุมชน และสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันอื่นๆ ในชุมชนและท้องถิ่น ให้ความเห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานประจำปีก่อนเสนอต่อสาธารณชน 
 
เกณฑ์การให้คะแนน
          พิจารณาจากผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสถานศึกษาตามจำนวนข้อที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา         
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
คณะกรรมการสถานศึกษาดำเนินการได้ ๕ ข้อ
๑.๐๐
คณะกรรมการสถานศึกษาดำเนินการได้ ๔ ข้อ
๐.๘๐
คณะกรรมการสถานศึกษาดำเนินการได้ ๓ ข้อ
๐.๖๐
คณะกรรมการสถานศึกษาดำเนินการได้ ๒ ข้อ
๐.๔๐
คณะกรรมการสถานศึกษาดำเนินการได้ ๑ ข้อ
.๒๐
 
ข้อมูลประกอบการพิจารณา
๑. เอกสาร/หลักฐานที่แสดงรายละเอียดการกำหนดหรือทบทวนนโยบายการกำกับดูแลสถานศึกษา รวมทั้งทบทวนกรอบทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษาตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๒. เอกสาร/หลักฐานที่แสดงรายละเอียดการดำเนินการตามระบบการกำกับดูแลสถานศึกษา โดยมีเอกสาร/หลักฐาน/รายงานหรือบันทึกการประชุมที่แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐานได้กำหนดให้มีกระบวนการที่เป็นรูปธรรมในการจัดการเพื่อให้เกิดการควบคุมและตรวจสอบ
การดำเนินงานของสถานศึกษา
๓. เอกสาร/หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีการติดตามผล
การดำเนินงานสำคัญ เช่น ระบบในด้านนโยบายและแผน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการเงินและงบประมาณ โดยเฉพาะการดำเนินงานตามภารกิจหลักของสถานศึกษาที่เป็นมติของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๔. เอกสาร/หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงนโยบายของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่กำหนดให้มีระบบการประเมินตนเอง และมีการดำเนินงานตามระบบนั้น
๕. รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๖. รายงานการสังเคราะห์มติ/นโยบาย รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๗. ผลการสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของสถานศึกษาจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๘. ผลการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง
 
ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๓  บรรยากาศและสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา
น้ำหนัก           ๒ คะแนน (เชิงคุณภาพ ๒ คะแนน)
 
คำอธิบาย
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา หมายถึง ความสำเร็จของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อให้สถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะและสวยงามเอื้อต่อการเรียนรู้
เกณฑ์การพิจารณาเชิงคุณภาพ
๑. สะอาด
สะอาด หมายถึง ไม่รก มีระเบียบ รักษาง่าย ใช้สะดวก การจัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพให้สะอาด ตามมาตรฐานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เอื้อต่อการมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี เช่น ไม่มีแหล่งน้ำขัง มีการจัดเก็บขยะที่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีแหล่งอาศัยของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคต่างๆ เป็นต้น เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีการจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับกีฬาแต่ละประเภท
๒. สุขลักษณะ
สุขลักษณะ หมายถึง สะอาด ปลอดภัย ไร้มลภาวะ สุขกาย สบายใจ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การป้องกันอุบัติเหตุ อุบัติภัย และการดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือทรัพยากรอื่นๆ ของสถานศึกษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ใช้การได้ และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เรียน ครู บุคลากรในสถานศึกษา
๓. สวยงาม
สวยงาม หมายถึง มีการจัดแต่งอาคาร สภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม การจัดสภาพภูมิทัศน์ของสถานศึกษาให้สวยงามเป็นที่น่ารื่นรมย์แก่ผู้ที่อยู่ในสถานศึกษาและผู้เข้ามาพบเห็น รวมทั้งมีบรรยากาศที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ การทำกิจกรรม ตามสภาพและบริบทของแต่ละสถานศึกษา สอดคล้องกับพื้นที่แวดล้อม ไม่สิ้นเปลือง และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
 
เกณฑ์การให้คะแนน
            พิจารณาจากผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อม ตามจำนวนข้อที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา 
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
สถานศึกษาดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๓ ข้อ
๒.๐๐
สถานศึกษาดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๒ ข้อ
๑.๐๐
สถานศึกษาดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพระดับดีมาก ๑ ข้อ
๐.๕๐
 
ข้อมูลประกอบการพิจารณา  
          ๑. เอกสาร หลักฐาน ที่แสดงถึงประสิทธิภาพของสถานศึกษาในการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมตามเกณฑ์การพิจารณา
          ๒. ผลการสังเกตที่แสดงถึงประสิทธิภาพของสถานศึกษาในการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมตามเกณฑ์การพิจารณา
          ๓. ผลการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของสถานศึกษาในการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมตามเกณฑ์การพิจารณา
 
ข้อเสนอแนะ
 
๑. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรตั้งคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานการศึกษา พร้อมเกณฑ์การประเมินของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อใช้ประเมินภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด อย่างเร่งด่วนและเกิดรูปธรรมชัดเจน
๒. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรตั้งคณะกรรมการจัดทำการแก้ไข เพิ่มเติม ๔ มาตรฐาน ๓ กลุ่มตัวบ่งชี้ และ ๑๒ ตัวบ่งชี้ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ อย่างเร่งด่วนและเกิดรูปธรรมชัดเจน
๓. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรตั้งคณะกรรมการจัดทำคู่มือการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๘) ระดับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ อย่างเร่งด่วนและเกิดรูปธรรมชัดเจน
๔. เอกสารการแก้ไข เพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษา เป็นเอกสารที่มีคุณค่ายิ่งนัก ควรแก่การเก็บรักษาเพื่อพัฒนาเป็นข้อมูลทางวิชาการต่อไป